ปลาหมึกกรอบ ต้องทำอย่างไรถึงจะกรอบเด้งอร่อย

ปลาหมึกกรอบ คือ อาหารโปรดของใครหลาย ๆ โดยเฉพาะหากจะทานหรือทำเย็นตาโฟเรียกว่าเป็นวัตถุดิบที่จะขาดไม่ได้เลยทีเดียว

อีกทั้งยังสามารถทำเมนูได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหมึกทอดกระเทียมกรอบ, ยำหมึกกรอบ, เส้นหมี่คั่วหมู-หมึกกรอบ, หมึกกรอบผักพริกเผา หรือแล้วแต่จะประยุกต์ทำเมนูได้ตามใจชอบ แต่จะให้อร่อยนั้นเคล็ดลับคือความกรอบ เด้ง ของปลาหมึก ในการจะทำเองนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แถมยังง่ายมาก ๆ ซึ่งใช้อุปกรณ์กับวัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น ส่วนจะมีอะไรบ้างแล้วต้องทำยังไงนั้นมาดูเคล็ดลับกันเลย

วิธีทำ ปลาหมึกกรอบ ให้เด้งกรอบอร่อย

ปลาหมึกกรอบ 1

วัตถุดิบส่วนประกอบ

1.ปลาหมึกแห้งปลาหมึกแห้งจากหมึกศอก หรือปลาหมึกแห้งจากปลาหมึกกล้วยก็ได้เลือกตัวโต ๆ จำนวน 4 ตัว

2.ขี้เถ้า จำนวน 1-2 ถ้วยตวง

3.น้ำเปล่า จำนวน 2 ลิตร

4.ภาชนะที่มีฝาปิดสำหรับแช่ปลาหมึก

ขั้นตอนวิธีทำ

ปลาหมึกกรอบ 2

1.นำขี้เถ้ามาทำความสะอาดดูว่ามีสิ่งสกปรกซ่อนอยู่หรือไม่ แล้วนำไปละลายกับน้ำคนเข้าเข้ากันหลังจากนั้นนำไปกรองกับผ้า เอาแต่น้ำ เอาเศษขี้เถ้าทิ้ง 

2. นำปลาหมึกเรียงในภาชนะที่จัดเตรียมไว้ เทน้ำขี้เถ้าจนท่วมปลาหมึก แล้วปิดฝาให้สนิท

3.แช่ไว้ประมาณ 1วัน หรือ 24 ชั่วโมง จึงนพปลาหมึกออกมาล้างให้สะอาดพร้อมกับ ดึงหนังปลาหมึกออก

4. หั่นเป็นชินขนาดตามใจชอบ แล้วนำไปประกอบอาหารที่ต้องการได้เลย หากทานไม่หมดให้นำไปใส่ภาชนะแช่น้ำเปล่าปิดฝาแช่ในตู้เย็นช่องแช่ธรรมดา แต่สิ่งที่ควรต้องระวังก็คือควรจะหมั่นเปลี่ยนน้ำที่แช่ปลาหมึก ไม่งั้นอาจจะส่งกลิ่นเหม็นได้

การใช้เบคกิ้งโซดา แทนขี้เถ้าก็สามารถทำได้ โดยใช้เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ วิธีการทำนั้นก็เหมือนกับใช้ขี้เถ้า แต่ปลาหมึกจะมีความกรอบน้อย มีความเหนียวเหมือนปลาหมึกสดเสียมากกว่า ระยะเวลาในการแช่ปลาหมึกนั้นไม่ควรจะเกิน 2 วัน เพราะจะทำให้ปลาหมึกหดตัว เปื่อย ยุ่ย เละ จนไม่สามารถทานได้

รู้หรือไม่ว่าทำไมน้ำขี้เถ้าจึงทำให้ปลาหมึกกรอบ

ปลาหมึกกรอบ 3

 การที่ “ปลาหมึกกรอบ” นั้นเกิดขึ้นเพราะโปรตีนในตัวปลาหมึกมีกรดที่ดูดซึมความเป็นด่างได้ดี เมื่อเรานำไปแช่ในน้ำขี้เถ้า หรือเบคกิ้งโซดา ที่มีความเป็นด่างสูง

ดังนั้นเมื่อทั้งสองทำปฏิกิริยาต่อกันจึงทำให้ปลาหมึกแห้งเปลี่ยนรูปมีความพองตัว และกรอบขึ้น และไม่สามารถกลับไปเป็นปลาหมึกแห้งแบบเดิมได้ถึงแม้จะนำไปตากแดด

รูปภาพจาก 

wongnai.com

บทความที่น่าสนใจ ปลาหมึก ขุนศึกแห่งท้องทะเลผู้มากหนวด

สำหรับผู้สนใจเสี่ยงโชค ต้องลองเลย เว็บพนันออนไลน์ /   เว็บพนันออนไลน์ เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ 

สรุป

ส่วนใครกังวลกับเรื่องความอันตรายจากสารตกค้างนั้นหมดห่วงได้เพราะปลาหมึกดูดซึมเอาแต่น้ำ ไม่ได้ดูความเป็นด่างเข้าไปด้วย ดังนั้นก็สามารถนำไปรับประทานกันได้อย่างสบายใจหายห่วง

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ปูนิ่ม ทำไมถึงเรียกแบบนี้

ปูนิ่ม ปูที่มีกระดองนิ่มๆสามารถรับประทานได้ทั้งตัวนี้ มาจากไหน เกิดขึ้นได้อย่างไร บางคนบอกว่ามันเปิดจากการลอกครอบเพราะตัวใหญ่ขึ้น เลยต้องขยายกระดองแบบนี้ มันเป็นสมมุติฐานที่ถูกต้องหรือไม่ หรือจริงแล้วมันคืออีก สปีชี่ หนึ่งของปูไปเลย แล้วมีใครชอบเมนูที่ทำจากปูนิ่ม และไม่รู้สึกว่ามันเหมือนไม่ได้กินเนื้อปูหวานเต็มปากแต่กลับเป็นเนื้อปูและมีกระดองนิ่มๆที่เคี้ยวได้อยู่ด้วย เราก็ลองมาดูกันว่าเมนูจากปุนิ่มนั้นมีอะไรบ้าง ทำความรู้จักกับปูนิ่ม ปูนิ่มคือ

ปูนา สิ่งมีชีวิตตามท้องทุ่ง สร้างรายได้นับแสน!

ปูนา คือ ปูน้ำจืด ที่มักอาศัยอยู่ตามทุ่งนา หรือนาข้าว เพื่อน ๆ หลายคนคงรู้จักกันดี จากอาหารที่ชื่อว่าส้มตำ ก่อนที่จะเล่าเรื่องปูนา ผมก็ต้องขอสวัสดีเพื่อน ๆ ชาว (ชื่อเว็บ) เช่นเคยนะครับ

ปลากระเบนโมโตโร่ ปลาสวยงามที่เลี้ยงไว้ดูเล่นก็ได้ เลี้ยงไว้ขายก็ได้เงินได้ดี

            ปลากระเบนโมโตโร่ ปลากระเบนที่มีกระแสนิยมสำหรับวงการเลี้ยงปลาสวยงาม หรือปลาตู้ที่สูงมาก ในรูปแบบการชื่นชอบพันธุ์ปลาสวยงาม ด้วยแบบเฉพาะที่ไม่เหมือนปลาสายกระเบนสายพันธุ์ที่เราเห็นกันบ่อยในไทยแล้วนั้น ปลากระเบนชนิดนี้ยังมีลวดลายและสีสันที่สวยงาม และรวมทั้งจุดเด่นในลวดลายให้กับผู้ที่มีความชื่นชอบเลี้ยงปลาหายาก อยู่แล้วนั้นหันมาสนใจในรายละเอียด หลักการเลี้ยงปลากระเบนแบบนี้กันเยอะมากยิ่งขึ้น        ข้อมูลรายละเอียดของ โมโตโร่เป็นอย่างไร       มาทำความรู้จักปลากระเบนสวยงามที่มีชื่อเรียกว่า ปลากระเบนโมโตโร่ (Motoro)​

ปลาทอง 2

ปลาทอง สัตว์เลี้ยงที่ไม่มีใครปฏิเสธถึงความสวยงาม

ปลาทอง สัตว์เลี้ยงที่วันนี้จะพูดถึงไม่ใช่แค่เฉพาะความสวยงามเท่านั้น ที่เราทุกคนต่างต้องยอมยกนิ้วให้เรื่องสีสันของตัวปลาว่าไม่เป็นรองสัตว์เลี้ยงในชนิดอื่นๆ และก็เป็นที่นิยมสำหรับสายเลี้ยงปลาสวยงามไม่แพ้ปลากัดทีเดียว ซึ่งก่อนที่จะมีการปรับปรุงสายพันธุ์ และสีสันตัวปลา ต้นกำเนิดของปลาทองที่เริ่มต้นมีเลี้ยงกันอย่างมากคือที่ ประเทศจีน หลังจากนั้นที่เราได้เห็นสีสันของปลาทองมากมายไม่ว่าจะเป็น สีแดง ส้ม ดำ ขาว เทา ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาสายพันธุ์จากสายพันธุ์ดั้งเดิมของทางญี่ปุ่น